ชีวิตช่วงนี้ ผ่านไปครึ่งปีกับปี 2555

ก็สวัสดีทุกท่าน กลับมาเขียน Blog อีกครั้งหลังห่างหายไปนาน (ก็หลายเดือนอยู่เนอะ) คิดว่าคราวนี้จะไม่เขียนเฉพาะเรื่องที่สนใจ แต่อยากจะกลับมาเขียนเรื่องชีวิตตัวเองเพิ่มเติมด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เมื่อก่อนเคยทำแต่พอมี Facebook แล้วก็เหมือนไปเขียนในนั้นมากกว่า 555

สำหรับบางคนที่อยู่ใน friend list ของผมบน Facebook ด้วย (ซึ่งผมค่อนข้างเลือกคน ไม่รับคนที่ไม่รู้จักเลย) ก็อาจจะเห็นว่าตั้งแต่ประมาณไตรมาศสามปีที่แล้ว ผมเริ่มโพสต์คำพูดลักษณะที่เหมือนกับว่า ค้นพบว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร และนั่นไม่ใช่งาน ซึ่งผมเคยให้น้ำหนักกับมันเยอะมากถึงมากที่สุด ชีวิตผมเคยเป็นลักษณะที่ว่า ตื่นนอน ทำงาน กินข้าว ทำงาน กินข้าว ทำงาน นอน … คือเป็นคนบ้างานมาก (ถึงหลาย ๆ คนมักจะเห็นว่าผมอู้ก็เถอะ ผมเป็นพวกไม่ชอบทำงานให้ใครเห็นน่ะ) สิ่งนั้นคืออะไรผมจะไม่บอก แต่สิ่งที่บอกก็คือ

… สิ่งนั้นจากผมไปแล้ว …

ในขณะที่ปากผมยังคงพร่ำบอกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญและผมพยายามจะดูแลรักษามันเป็นอย่างดี สิ่งที่เกิดขึ้นจริง ๆ กลับตรงกันข้ามกันเลย โดยเฉพาะในช่วงสองสามเดือนก่อนหน้า มันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังไม่ดีพอกับสิ่งสิ่งนั้น และผลลัพท์ก็คือ ผมกลับไปบ้างานหนักกว่าเดิม

จากคนที่ทำงานประจำอย่างเดียว กลายเป็นผมหางานเสริมเพิ่มเข้ามาในช่วงกลางคืนเพิ่มขึ้นอีก จากเวลาของตัวเองที่ก่อนหน้านี้ที่กลับมาเป็นคนที่ทำงานแปดชม. ได้อยู่พักหนึ่ง (ทำงานแปดชม.แล้ววิ่งออกจากออฟฟิศทันทีถ้าไม่มีเหตุจำเป็น เพราะต้องการจะเอาเวลาไปให้กับสิ่งนั้น) กลายเป็นผมทำงานวันละ 12-14 ชม.โดยเอาเวลาอีกส่วนหนึ่งไปทำงานที่คิดว่าน่าจะช่วยทำให้ผมเป็นคนที่มีคุณค่าทัดเทียมกับสิ่งที่ผมมองว่าสำคัญได้

ผมคิดผิด มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย งานเสริมที่ผมทำก็ไปได้ไม่สวยนัก ยิ่งทำก็ยิ่งขาดทุน ส่วนงานหลักเองก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้น ผมก็ยังย่ำอยู่กับที่

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ผมสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดของชีวิตไป ผมกลับมาเป็นคนที่ไม่รู้ว่าชีวิตควรไปทางไหนต่อ เหมือนทำบางส่วนของชีวิตหายไป ผมพยายามที่จะตามหาเอาสิ่งนั้นกลับคืนมา แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรมันดีขึ้น ผมก็ยังคงไม่ได้สิ่งนั้นกลับมา

มันก็ดูสิ้นหวังเนอะ ถ้าทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ผมก็คงกลับไปให้ความสำคัญกับงานเหมือนเดิม กลับไปเป็นคนบ้างานเหมือนเดิม ถึงรู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรให้มันดีขึ้น

ผมมีเขียนเรื่องราวที่ลึกและชัดเจนกว่านี้ใน Google+ ของผม แต่เฉพาะคนที่อยู่ใน Circle ของผมเท่านั้นที่ได้อ่าน ผมคิดว่ามันก็ไม่ได้น่าสนใจอะไรนักหนานักหรอก ก็แค่อีกเรื่องที่ทุกคนบนโลกนี้เคยประสบมาทั้บนั้นแหละ ผมอาจจะเจ็บหน่อย ก็ครั้งแรกนี่นา 🙂

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.