สเปคสาวในฝัน….??

หนึ่งในคำถามที่แบบโดนถามบ่อยมากเป็นอันดับสอง (รองจากคำถามที่ว่าเมื่อไหร่จะแต่ง…แต่งกับใครล่ะครับ?) ก็คือ แล้วสเปคของผมมันเป็นยังไงกันแน่ล่ะ …

ไอ้คนถามเขาแบบเห็นผมโสดแทบจะตลอดชีวิต (เคยออกเดทกับเขาบ้างแต่ก็แค่แป๊บๆ) เขาก็คงสมเพศผมล่ะมั้ง ก็เลยอยากจะหาทางช่วย จะลองหาว่าใครที่ดูแล้วน่าจะถูกใจผมบ้างกระมัง

ออกตัวก่อนว่าผมเป็นประเภท Mr. Anything คือคำตอบของคำถามส่วนใหญ่ที่ผมตอบก็คือ “อะไรก็ได้” ดังนั้นไอ้สเปคของผมเนี่ยอันที่จริงไม่มีอะไรตายตัวเลยสักกะอย่าง และเอาเข้าจริง ๆ ผมว่าการที่จะเอาสเปคมาดูว่าคนนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจหรือเปล่าเนี่ยผมว่ามันง่ายไปนิด คือจากประสพการณ์ เวลาที่เราคบคนไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตาม พอเราสนิทจนถึงระดับนึงต่างฝ่ายจะเริ่มแสดงพฤติกรรมบางอย่างที่จะไม่แสดงออกถ้าไม่สนิทกัน บางคนเรียกว่าเปิดใจ ในขณะอีกหลายคนเรียกว่าสันดาน ดังนั้นมันมีโอกาสสูงมากที่พอรู้จักกันไปเรื่อย ๆ แล้วพบทีหลังว่าผิดสเปค

อีกอย่างนึงคือผมว่ามันไม่ทางจะหาคนที่จะตรงสเปคไปได้หมดทุกอย่างเจอหรอกครับ คนเรามันก็ต้องมีการปรับตัว เปลี่ยนแปลง เพื่อให้สามารถเข้ากับคนรอบข้างได้ทั้งนั้นแหละ อย่างที่คนรุ่นแม่ชอบบอกว่าเดี๋ยวอยู่ด้วยกันก็จะรักกันไปเอง (ซึ่งไม่เห็นจริงเลย ผมว่าพ่อผมไม่เคยเห็นแม่อยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ)

เอาเถอะ แต่ผมจะลองดูละกันนะ สนุก ๆ

1. ไม่ใช่ผู้ชาย และ ไม่เคยเป็นผู้ชายมาก่อน

ข้อนี้นี่ … ผมว่ามันเป็นอะไรที่ชัดเจนมากว่าผมเป็นผู้ชายและสนใจในเพศตรงข้าม ไม่ใช่พวกไม้ป่าเดียวกัน ดังนั้นใครที่เป็นผู้ชายแล้วสนใจในตัวผม ไปจีบคนอื่นเถอะครับ ผมขอร้อง ผมเดือดร้อนเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้มาสองสามครั้งแล้วล่ะ
ส่วนที่ว่าไม่เคยเป็นผู้ชายมาก่อนนี่อาจจะฟังดูไม่เท่าเทียมกันทางเพศ ผมอาจจะมีอคติต่อเพศที่สามมากประมาณนึง และเท่าที่สังเกตดูพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ผมรู้สึกไม่ค่อยเคารพในตัวพวกเขาสักเท่าไหร่ มันมีพฤติกรรมบางอย่างที่คนส่วนใหญ่ในกลุ่มนี้แสดงออกมา อย่างเช่นการเรียกผู้หญิงว่า “ชะนี” ซึ่งผมถือว่าเป็นการดูถูกผู้อื่นอย่างรุนแรง (ผมเกลียดการดูถูกครับ พูดกันตรง ๆ)

2. ไม่ต้องสวย ไม่ต้องหุ่นดี ไม่ต้องมีสเน่ห์ดึงดูดอะไรมากมาย

…ขอแค่ไม่ตื่นมาผวาเหมือนอยู่ในฝันร้ายก็พอ …
ฟังดูเหมือนดูถูกเพศแม่อีกแล้ว ผมไม่ได้ตั้งใจนะ คือผมคิดอย่างนี้จริง ๆ ผมเชื่อว่ารูปลักษณ์ภายนอกไม่นานมันก็จากไป จะไปยื้อให้มันอยู่ก็เปลืองตังค์ แล้วมันก็คงอยู่ได้ไม่นานนักหรอก 
ผมเองก็ไม่ได้ดูแลตัวเองอะไรมากมาย ทำตามอย่างที่ชอบ อยากกินก็กิน อยากนอนก็นอน ดังนั้นถ้าจะต้องอยู่กับคนที่แบบ โอ้โห สวยหยาดเยิ้มราวกับนางฟ้านี่ ก็คงจะตื่นเต้นตอนแรก ๆ แต่จะตามด้วยอึดอัดด้วยซ้ำ 555 เอาแค่ระดับเดียวกับตัวเราก็พอ ไม่ต้องดูดีอะไรมากมาย
ที่จริงผมก็ไม่ใช่ว่ารังเกียจคนหน้าตาดีนะ แต่ผมแค่ชอบมองมากกว่า มันก็เป็นงานอดิเรกที่สนุกดีเหมือนกันนะครับ แต่ถ้าถามว่าอยากจะขอคบเป็นแฟนด้วยผมว่าหน้าตามันไม่ได้บอกอะไรเท่าไหร่น่ะนะ
อีกอย่าง น้ำหน้าอย่างผมคงไม่ได้มีสิทธิจะไปเลือกอะไรมากมายนักหรอก 555

3. น่ารัก

แต่คำว่าน่ารักของแต่ละคนนี่นิยามไม่เหมือนกันเลยนะครับ สำหรับบางคนคำว่าน่ารักนั้นรวมเอาหน้าตาไปด้วย แต่สำหรับผมมองดูที่การกระทำมากกว่า ดูที่วิธีคิด วิธีการใช้คำพูด และส่วนประกอบรอง ๆ มากกว่า
ถ้าให้พูดตรง ๆ (คำนี้ใช้บ่อยอยู่แฮะ) ……………… ผมชอบคนที่ดูเป็นเด็ก ๆ ดูติงต๊อง ๆ สดใสร่าเริง อะไรทำนองนี้ล่ะครับ เวลาอยู่กับคนแบบนี้มันทำให้รู้สึกว่าแต่ละวันชีวิตมันไม่ซ้ำเดิม ดูไม่จำเจดี นี่ล่ะคือนิยามของความน่ารักของผมล่ะมั้ง
คือผมว่าการอยู่กับคนแบบนี้มันก็ทำให้เรารู้สึกเด็กลงไปด้วย อาจจะ…นิดนึง… ล่ะมั้ง?

… หมดละเนี่ย…

คือ ก็อย่างที่บอกว่าก็ไม่รู้หรอกว่าสเปคของตัวเองเป็นยังไง จริง ๆ แล้วอะไรก็ได้ ขอให้เขาเป็นคนน่ารักก็ทำให้เราอยากอยู่ใกล้ อยากดูแล ก็พอแล้วแหละ 555 ไม่ได้หวังอะไรมากครับ
แต่ก็นะ ส่วนตัวก็ยังมองว่าตัวเองยังเป็นคนที่ไม่เหมาะจะมีคู่อยู่ดี ทั้งนิสัยใจคอ ทั้งพื้นฐานครอบครัว และอะไรอีกหลาย ๆ อย่าง ผมเชื่อว่าตัวเองก็ยังเหมาะกับการอยู่ตัวคนเดียวมากกว่าอยู่ดี
จบเหอะ เรื่องแบบนี้ เล่าแล้วน่าอายออก 555
ปล. ที่จริงเมื่อสัก 4-5 ปีที่แล้วเคยเขียนเรื่องแบบนี้ไว้เหมือนกัน แต่พอไปอ่านแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ ตอนนั้นมันยังเด็กเกินไปด้วยล่ะมั้งครับ 🙂

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.