เล่นให้เหมือน …หรือ… เล่นให้ต่าง

ผมพบว่าคนส่วนใหญ่หัดเล่นเครื่องดนตรีด้วยความคิดที่ว่าจะเล่นยังไงให้เหมือน ตอนเด็ก ๆ ผมจะเห็นคนที่พยายามมาแข่งกันว่า ตัวเองเล่น”เหมือน” กว่าชาวบ้านด้วยซ้ำ ซึ่งที่จริงการเล่นเหมือน หรือการเลียนแบบ เป็นหนึ่งในการเรียนรู้ที่ดี เด็กเล็ก ๆ เลียนแบบผู้ใหญ่ในเรื่องต่างเพื่อเรียนรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองต้องทำนั้นมีอะไรบ้าง

ผมเริ่มเล่นดนตรีด้วยการเลียนแบบเหมือนกัน ผมเริ่มเล่นกีตาร์จริงจังจากการแกะเพลงที่ชื่อว่า The Heart of Matter ของ Don Henley ที่เล่นในคอนเสิร์ต Hell Freezes Over หนึ่งใน Laser Disc ที่ขายดีตลอดกาลอีกแผ่นในบ้านเรา (เพลงนี้ไม่มีใน CD)

แต่นั่นเป็นเพลงเดียวที่ผมแกะเล่นให้เหมือนจริง ๆ จังๆ ในช่วงแรก หลังจากนั้นผมเล่นแบบพยายามที่จะให้เข้ากับเพลง แต่ไม่เล่นเหมือนในแผ่นเลย สาเหตุคือผมแกะเพลงเยอะมาก ผมหัดแกะเพลงโดยการเปิดวิทยุแล้วเล่นตามโดยที่ไม่รู้ว่าเพลงที่เล่นอยู่นั้นเป็นเพลงอะไร (เป็นวิธีหัดแกะเพลงที่ได้ผลมากครับ)

ผมกลับมาแกะเพลงจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนแก่นี่แหละ สาเหตุคือการเล่นแบบไม่เหมือนกับที่ศิลปินเล่นไว้ในแผ่นนั้นก็เหมือนเป็นการหลีกเลี่ยงอุปสรรคกับการเล่นยาก ๆ ที่ทำเอาไว้โดยศิลปินที่บันทึกเสียงเอา และการที่ผมเล่นไม่เหมือนนั้นก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ฝีมือผมไม่พัฒนาเสียทีเหมือนกัน

การเล่นให้เหมือนกับการเล่นให้ต่างนั้นให้ประโยชน์กันคนละด้าน ในขณะที่การเล่นให้เหมือนนั้นเป็นการพัฒนาทักษะในการเล่น การเล่นให้ต่างนั้นเป็นการพัฒนาความคิด เพราะว่าคุณจำเป็นจะต้องคิดวิธีเล่นเอาเองบนพื้นฐานของเพลงนั้น ๆ ทักษะทั้งสองด้านเป็นสิ่งที่สำคัญกับการเล่นดนตรี คุณไม่สามารถเล่นเพลงให้เหมือนคนอื่นได้ตลอดชีวิต ในขณะเดียวกันถ้าคุณไม่มีทักษะทางกายภาพคุณจะไม่สามารถเล่นสิ่งที่ตัวเองคิดได้ และอาจจะเป็นการจำกัดการเล่นของตัวเองอีกด้วย

ทำไมผมถึงบอกว่าคุณไม่สามารถเล่นเพลงให้เหมือนกับที่คนอื่นเล่นได้ตลอดชีวิต ? คำตอบก็คือ ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่คุณสามารถใช้วิธีการเล่นของคนอื่นได้ ในเพลงหนึ่งเวลาที่เล่นใน CD อาจจะเล่นแบบหนึ่ง เพราะว่าสามารถใช้ไลน์เครื่องดนตรีจำนวนมากเพื่อที่จะสนับสนุนการเล่นแบบนี้ แต่เวลาคุณไปเล่น หรือแม้กระทั่งตัวศิลปินคนที่อัดเองเนี่ย เขาอาจจะไม่สามารถเล่นแบบนี้ในสถานการเล่นสด ๆ เพราะว่ามันจะฟังดูโหรง หรือไม่สามารถใช้เอฟเฟคแบบในห้องอัด หรืออะไรก็ตามแต่  ดังนั้นถ้าคุณคิดแต่ว่าต้องเล่นให้เหมือนแผ่นอย่างเดียวก็คงออกมาไม่ค่อยน่าฟังสักเท่าไหร่

การยึดติดกับต้นฉบับเป็นเรื่องน่ากลัวครับ ผมเคยเล่นกับน้องมือกลองคนนึง น้องคนนี้ไม่นับเข้าเพลงถ้าแกไม่ใช่เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่เล่นในเพลง น้องคนนี้ถ้าเว้นจังหวะนาน ๆ แกจะหยุดรอคนอื่น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มันเป็นอยู่ใน CD เพราะตอนอัดเขาจะมีเมโทรนอมคอยให้จังหวะอยู่ แต่เวลาเล่นในห้องซ้อมเนี่ยเล่นแบบนี้สมาชิกในวงคนอื่นเหนื่อยครับ เหมือนเล่นวงออเครสตร้าแต่คอนดักเตอร์ดันหยุดแกว่งไม้บาตองไปซะงั้น สมาชิกในวงคนอื่นจะต้องคอยให้สัญญาณกันเองซึ่งบางครั้งมันก็ไม่เวิร์ค (ที่จริงแล้วส่วนใหญ่เลยล่ะ)

ที่จริงการเล่นให้ต่างแบบสุดโต่งไปเลยก็เป็นการแต่งเพลงขึ้นมาอีกเพลงโดยใช้พื้นฐานจากเพลงเพลงนึง เรียกกันง่าย ๆ ว่าการเรียบเรียงใหม่ หรือการทำ rearrange นั่นเอง บางครั้งการทำ rearrange อาจจะถึงขั้นระดับที่ว่าเปลี่ยนทำนองหลักไปเลยก็มี หรือจะแค่ทำดนตรีขึ้นมาใหม่ก็มีเหมือนกัน ที่จริงสมัยเด็ก ๆ ก็มีงานแข่ง Hotwave Music Award (ผมไม่ได้แข่งกับเขานะ) ในกติกาก็มีการทำ Rearrange ด้วยหนึ่งเพลง นั่นคือนักดนตรีระดับเด็กมัธยมนะ (แต่เด็กทำเองหรือเปล่านี่แล้วแต่วงแฮะ วงเพื่อนผมทำกันเอง แต่อีกวงที่รู้จักกันอ.ทำให้ 55)

สิ่งที่อยากบอกก็คือ ไม่ว่าจะการเล่นเหมือน หรือเล่นต่าง มันก็สำคัญทั้งคู่ คุณต้องเรียนรู้เพลงจากการเล่นให้เหมือน แล้วเมื่อที่จะต้องเล่นจริง ๆ ก็ต้องดูสถานการณ์ว่าเป็นอย่างไรแล้วปรับตัวให้เข้ากับสถานการ ซึ่งหลาย ๆ ครั้งเราก็ไม่สามารถเล่นให้เหมือนด้วยก็ต้องใช้ความคิดและทักษะที่มีในการเล่นให้ผลลัพท์นั้นออกมาดีที่สุด

ข้อสรุปก็คือ จะเล่นให้เหมือนหรือต่างก็ต้องดูว่า เล่นแล้วออกมาดีหรือเปล่า ถ้าผลลัทพ์ออมาดีก็ถือว่าโอเคแหละ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.