[มือใหม่ผู้เชี่ยวชาญ] ปัญหาของคนทำงานในองค์กร

บล๊อกวันนี้เกิดจากการอ่านบล๊อกของฝรั่งคนนึง เป็นเรื่องของการพัฒนาซอฟท์แวร์นี่ล่ะครับ

ในปี 1980 พี่น้องตระกูล Dryfus ได้เสนอโมเดลของการได้รับสกิล โดยพูดถึงเรื่องของการเรียนรู้ กระบวนการ และการฝึกฝน ในโมเดลนี้ได้แบ่งระดับของความสามารถของแต่ละคนออกเป็น 5 ระดับ

1. Novice หรือมือใหม่
2. Advanced Beginner หรือผู้เริ่มต้นที่เริ่มเก่งแล้ว
3. Competent หรือผู้ที่มีความสามารถเพียงพอ
4. Proficient หรือผู้ที่มีความสามารถมาก
5. Expert หรือผู้เชี่ยวชาญ

Eric Dietrich ได้เสนอให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นมาอีกระดับนึง โดยเป็นระดับที่แยกออกมาจากสายหลัก เป็นระดับที่พัฒนาขึ้นมาจากระดับ Advanced Beginner แต่ว่าเป็นระดับที่สูงสุดของสายแยก นั่นคือ Expert Beginner

ในโมเดลของ Dryfus นั้นจะวางลำดับความสามารถโดยเเริ่มต้นจากจุดที่ไม่รู้อะไรเลยและทำทุกอย่างตามกฎที่ถูกวางเอาไว้ (Novice) จนกระทั่งสามารถมองภาพรวมทะลุปรุโปร่งและสามารถที่จะทำอะไรได้อย่างเชี่ยวชาญ (Expert) ในระดับที่สอง (Advanced Beginner) นั้นเป็นระดับสุดท้ายที่ยังไม่เข้าใจภาพรวมอะไรทั้งสิ้นและยังคงต้องพึ่งพาอาศัยกฎที่ถูกวางเอาไว้อยู่ ส่วนระดับที่สามนั้นจะเริ่มมองภาพรวมมากขึ้น เป็นจุดที่เริ่มมีความรู้สึกว่ายิ่งรู้ยิ่งไม่เข้าใจ เพราะว่าภาพรวมนั้นมันช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน พอเริ่มไปดูตรงนั้นก็จะมีไอ้โน่นไอ้นี่ให้เรียนรู้อีกมากมาย

Expert Beginner ของ Eric ก็คือ คนที่ไม่สามารถพัฒนาตัวเองก้าวจากผู้เริ่มต้นขึ้นมาเป็นคนที่พอจะมีความสามารถ (Competent) ได้ กล่าวคือเป็นคนที่อยู่ในจุดเดิมของตัวเอง ไม่ขึ้นมามองภาพรวม คิดว่าสิ่งที่ตัวเองได้เรียนรู้แล้วคือทุก ๆ อย่าง แล้วก็หยุดพัฒนาตัวเองเอาเสียดื้อ ๆ จากนั้นก็เรียกตัวเองว่า “ผู้เชี่ยวชาญ” ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ ก็ทำได้แค่จากกฎที่ถูกวางเอาไว้ก่อนหน้าเท่านั้นแหละ ที่สำคัญคือมักจะมองสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นแค่ของกล้วย ๆ ที่ไม่น่าสนใจ เพราะคิดเอาเองว่าสิ่งที่ตัวเองทำคือทุกสิ่งทุกอย่าง

คนกลุ่มนี้จะรู้เรื่องกฎเกณฑ์หรือวิธีการที่ถูกวางเอาไว้แล้วอย่างชัดเจนและแม่นยำ แต่จะไม่เคยรู้ว่ากฎพวกนั้นถูกสร้างขึ้นมาด้วยเหตุผลอะไร และไม่รู้ว่ากฎที่รู้มาเนี่ยบางทีมันก็ล้าหลังไปจนถึงสมัยพระเจ้าเหาฮ่องเต้มหาราชที่ 2 โน่น

สมมติว่า มีโปรแกรมเมอร์คนหนึ่ง เขาเติบโตมากับ Visual Basic 6.0 ซึ่ง VB6 เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้ เขาทำทุกอย่างด้วย VB6 โดยไม่สนใจว่างานที่เขาทำนั้นมันเหมาะสมหรือไม่ 

กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นจากผลงานชิ้นหนึ่ง อาจจะไม่สามารถนำไปใช้กับงานอีกชิ้นหนึ่งได้ แต่คนกลุ่มนี้ก็จะยังคงตะแบงใช้แต่วิธีเดิม ๆ ที่ตัวเองเคยรู้มา และสุดท้ายผลลัพท์ที่ได้อาจจะไม่ดีเพราะว่าไม่ได้ปรับเปลี่ยนวิธีตามสถานการณ์และลักษณะฉพาะของผลงานชิ้นนั้น ๆ

สิ่งที่น่ากลัวสำหรับองค์กรก็คือ คนกลุ่มนี้มักจะอยู่กับองค์กร เกาะเก้าอี้ของตัวเองอย่างแน่น เพราะว่าถ้าย้ายไปที่อื่นความรู้และความสามารถของตัวเองก็จะหมดประโยชน์ทันที (ต่างกับ Expert ที่แท้จริงที่สามารถปรับเปลี่ยนวิธีการไปตามลักษณะของโครงการได้ ด้งนั้นย้ายไปไหนก็ทำได้ไม่มีปัญหา) และพอเจอเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ น่าส่งเสริม จะมีแนวโน้มว่าคนกลุ่มนี้จะมีพฤติกรรมบางอย่างที่ทำให้เด็กพวกนี้รู้สึกเหนื่อยหน่ายแล้วก็ลาออกไปซะอย่างนั้น ก็จะกลายเป็นว่าในองค์กรก็จะเหลือแต่คนเก่งไม่จริงที่วัน ๆ ก็ทำแค่พยายามรักษาตำแหน่งของตัวเอง กลายเป็นว่าองค์กรก็หยุดพัฒนาไป ก็เหมือนกับคนเป็นโรคมะเร็งนั่นล่ะครับ

อย่างเช่น ถ้าเกิดว่าตาโปรแกรมเมอร์ VB6 ข้างบนได้ขึ้นเป็นระดับหัวหน้า เกิดมีโปรเจคใหม่ที่เป็นเวปแอพลิเคชั่น เขาจะยืนกรานว่า VB6 คือสุดยอดเครื่องมือที่พระเจ้าประทานมา ทั้ง ๆ ที่ลูกทีมส่วนใหญ่พยายามจะเสนอว่ายังมีเครื่องมือที่เหมาะสมกว่าอีกมากในการทำงานชิ้นนี้ ผมเองก็เดาไม่ถูกหรอกว่าถ้าเขียนเวปแอพด้วย VB6 หน้าตาจะเป็นยังไง แต่ก็เดาได้ง่าย ๆ ว่ามันคงเจ๊งไม่เป็นท่าแน่ ๆ

ถ้าผมเจอหัวหน้าแบบนี้ผมคงลาออกทันทีล่ะนะ 555 โชคดีที่ไม่เจอครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.