2012 ผ่านไป และ 2013 กำลังมาถึง

อ้า Topic ไม่ผิดหรอกครับ เพราะที่เมืองไทยบ้านเราตอนนี้เป็นปี 2556 ไปแล้ว แต่ตัวผมอยู่ที่แคนาดา ยังเป็นปี 2012 อยู่ ไหน ๆ วันนี้ก็เป็นวันสิ้นปี/วันปีใหม่ทั้งที ก็ขอเขียนถึงตัวเองในอดีต และตัวเองในอนาคตเสียหน่อยก็แล้วกัน

สำหรับปี 2012 เป็นอีกปีที่รู้สึกว่าชีวิตมันย่ำแย่เหลือเกิน ทำอะไรก็รู้สึกเบื่อไปหมด เหมือนไฟมันมอด (แต่ถ้าเรื่องงานนี่มอดมาหลายปีแล้ว 555) เริ่มมาต้นปีก็ดูเหมือนจะดี แต่มันมีสัญญาณอะไรบางอย่างเหมือนกัน พอผ่านมาสักสามเดือน อาการมันก็แย่ลง ผ่านวันเกิดผมมาได้ไม่กี่วันชีวิตผมก็รู้สึกเหมือนดิ่งลงเหว ผมมีปัญหากับเรื่องส่วนตัวเต็มไปหมดจนกระทั่งงานก็แย่ตามไปด้วย แย่ขนาดถูกหัวหน้าเรียกไปคุยเลยนะ ที่แย่กว่านั้นหลังจากนั้นไม่นานผมก็โดนส่งมาทำงานต่างประเทศ กลายเป็นว่าจากปัญหาที่เรียกว่าแย่ทีนี้เลยเข้าขั้นวิกฤติเลย ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง ไอ้ผมก็พยายามจะปฎิเสธจะไม่มา แต่สุดท้ายก็เนี่ย … มาถึงแล้วเนี่ย (ยังไม่ได้กลับบ้านเลยเห็นไหม) ก็ถึงบอกไงเล่าว่าไม่อยากมา ๆ 555

ปีที่แล้วเคยเขียนประมาณว่า รู้สึกเหมือนได้พบเป้าหมายของตัวเองละ คือ รู้สึกเหมือนฉันเพิ่งตื่นจากฝันของคนอื่นเลยนะ จำเพลงนี้ได้มั้ยครับ เป็นเพลงของแสตมป์ชื่อว่า “เพลงที่นานมาแล้วไม่ได้ฟัง” ในอัลบัมชื่อเดียวกัน … ส่วนปีนี้ก็เหมือน Track ต่อไปเลย … รู้สึกแบบ … แล้วฉันไปทำอะไรกับใครไว้ ?… (เพลง Karma) คือมันเป็นความรู้สึกแบบงง ๆ ว่าอยู่ดี ๆ ไอ้สิ่งที่พยายามสร้างขึ้นมามันพังได้ไงเนี่ย ? จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็พยายามหาทางแก้ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนี่ล่ะ … แล้วมันจะแก้ได้มั้ย ???

ก็หวังว่าปี 2013 มันจะไม่เป็นแบบเพลง “ภาษาไทย” ที่เป็น Track ต่อไปนะ – -‘ พอแล้วเหนื่อย

ส่วนครึ่งปีหลัง 6 เดือนที่มาอยู่ที่แคนาดา เหมือนชีวิตหยุดนิ่ง เหมือนคนไร้ค่าทำอะไรก็ไม่มีความหมาย อยู่ไปวัน ๆ เปลืองข้าวสุก 555 ฟังดูหดหู่นะ แต่รู้สึกแบบนี้จริง ๆ มันไม่ได้รู้สึกสนุกกับการได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเลย กลับกันรู้สึกว่าคนที่ส่งผมมาเนี่ยเหมือนพยายามจะทำร้ายกันมากกว่า (ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้นหรอก)

แผนสำหรับปี 2013 ก็คงไม่มีอะไรมาก ผมก็คงต้องเริ่มหาที่อยู่เป็นของตัวเอง หลังจากเป็นปลิงเกาะพ่อแม่กินมาสามสิบปี … ก็นานเกินไปละ ผมคิดว่าจะหาคอนโดสักห้องเป็นของตัวเอง แต่งให้เป็นสตูดิโอด้วย 555

อย่างที่สองก็คงเป็นต้องเรียนเปียโนจริง ๆ จัง ๆ เป็นเรื่องนึงที่ผลัดมาจากปี 2012 คือตอนแรกกะว่าจะเรียนปีนี้แต่ว่ารอให้เพื่อนย้ายงานมาที่เดียวกันก่อน จะได้มีเพื่อนเรียนด้วย แต่ไป ๆ มา ๆ เขาดันไปบ้าเล่นกีฬาซะงั้น 555 เลยไม่มีเพื่อนเรียนเลย (แต่ปรกติพวกนี้มันเรียนตัวต่อตัวนะ)

อย่างที่สามคือดันเวปไซท์ commercial ของตัวเอง http://www.playground-soft.com ขึ้นให้ได้ และจะรันโปรดักท์ตัวที่สองหลังจากตัวแรก Fail อย่างรุนแรง ตัวที่สองผมก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก อยากทำเป็น portfolio เฉย ๆ เผื่อจะรับงานนอกทำ คืองานที่บริษัทจริง ๆ มันก็พอเลี้ยงตัวอยู่ได้ แต่มันน่าเบื่อสุด ๆ จนหัวหน้าผมยังบอกเลยว่าหาอะไรทำแก้เบื่อบ้างก็ดีนะ

คือโปรดักท์ตัวแรกมันเกิดด้วยความคิดด้านลบ ผมรู้สึกว่าผมด้อยกว่าคนอื่น … เงินเดือนก็ต่ำกว่า โบนัสก็น้อยกว่า ทรัพย์สินก็ไม่ได้มีอะไรกับเขา มันเลยเกิดความคิดว่าเราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อที่จะพยายามดันตัวเองให้พอจะทัดเทียมกับคนอื่นได้ (ปัญหาที่พูดถึงข้างบนส่วนนึงมันเกิดจากการทุ่มเอาเวลามาทำตรงนี้แหละ) งานที่สร้างด้วยความคิดด้านลบย่อมไม่อาจจะประสพความสำเร็จได้ เป็นบทเรียนที่ผมรู้มาจากการทำตรงนี้แหละ

ที่จริงผมก็รู้อยู่แก่ใจแต่บางทีก็ลืมมันไปนะ ว่า คนเราคบกันอยู่ที่ใจ อยู่ที่นิสัยใจคอ ไม่ใช่เรื่องทรัพย์สิน ผมเองก็ดันไปเน้นด้านหลังมากเกินไปน่ะ

เรื่องงาน หลังจากที่ตอนแรกตั้งเป้าว่าปีนี้จะเอาโปรโมทให้ได้ แต่ว่าดูท่าทางแล้วคงไม่มีทาง ปีหน้านี้ก็ดูจะไม่มีหนทางพอ ๆ กัน ก็เลยคิดว่า… เป็น Junior แบบนี้ไปก็ดีเหมือนกัน สบาย ๆ ไป ทำงานแค่มาสายกลับก่อนก็พอละ ไม่ต้องทุ่มเทกับมันมาก เอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า ทำหน้าที่เท่าที่เขาจ่าย เขาจ่ายน้อยเราก็ทำให้น้อย (ล้อเล่น) ผมก็ว่าจะเลิกศึกษาอะไรที่อาจจะเกี่ยวกับงานหลัก เอาเวลาไปศึกษาอะไรที่ตัวเองสนใจจริง ๆ น่าจะดีกว่า เพราะจากประสพการณ์ผมพบว่าต่อให้ศึกษาอะไรที่อาจจะเอาไปประยุกต์ใช้กับงานได้ พอเสนอเขาไปมันก็หายไปในอากาศ เริ่มรู้สึกว่ามันไม่มีประโยชน์ คือเขามองเราเหมือนเป็นแรงงานชั้นสองไม่มีค่าพอที่จะรับฟัง อะไรแบบนี้มั้ง ?

หรือไม่ก็อาจจะหาทางย้ายไปทีมอื่นดู มันเริ่มเบื่อกับหน้าที่ตรงนี้แล้ว ไม่ใช่ไม่รักงานนี้นะ แต่แบบทำเหมือนเดิมติด ๆ กันหลายปีเข้ามันก็เริ่มแบบว่าเอียนอยู่ อยากทำงานในจุดที่ว่ารู้สึกว่ามีค่ากับที่ทำงาน ไม่ใช่ว่าเป็นคนที่หาคนมาแทนที่ได้ตลอดเวลา … ก็พยายามสร้างคุณค่าของตัวเองนะ แต่ทำไมมีแต่คนพยายามสร้างเราให้เหมือนคนอื่น ไม่เข้าใจเหมือนกัน

สรุปง่าย ๆ คือ ปีหน้าจะพยายามเลิกเป็นในสิ่งที่คนอื่นอยากให้เราเป็น แล้วหันมาสนใจกับตัวเอง เป็นในสิ่งที่อยากจะเป็นดูอีกสักที ลองทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แล้วหาทางทำให้มันพอจะเลี้ยงชีพได้ หลาย ๆ คนเองก็มีทำตรงนี้จนประสพความสำเร็จไปแล้ว ผมไม่ได้คาดหวังว่าจะทำได้ระดับเดียวกัน ขอแค่ทำแล้วอยู่ได้มีความสุขดีก็น่าจะโอเคแล้ว ชีวิตจะเอาอะไรกับมันมาก มีทรัพย์สินมากมายตายไปก็เอาไปไม่ได้สักสลึง ถูกมั้ยครับ ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.