แนะวิธีแกะคอร์ดเพลงง่าย ๆ

ไม่ได้เขียนอะไรมานานพอดู เพราะไม่รู้จะเขียนอะไร วันนี้ว่าง ๆ ก็อยากเขียนสักเรื่อง เอาเรื่องที่มีสาระนิดนึง

ผมว่าหลาย ๆ คนคงเคยรู้สึกแบบ อยากเล่นเพลงนั้นเพลงนี้ แต่ว่าไม่มีโน๊ต ก็เลยอยากแกะแต่รู้สึกว่าจะแกะเพลงแต่ละทีมันลำบากเหลือเกิน วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำวิธีแกะเพลงที่ผมใช้อยู่ ก็ลองดูเลยละกัน

วิธีที่หนึ่ง แกะด้วยหู

วิธีการแกะคอร์ดเพลงนั้นเริ่มจากหาตัว I หรือตัว Root ของแต่ละคอร์ดให้เจอก่อน สำหรับคนที่ชำนาญมาก ๆ แค่ฟังแว่บเดียวก็รู้แล้วคอร์ดนั้น Root คือตัวไหน แต่สำหรับคนที่ไม่เคย ลองทำตามวิธีนี้นะครับ  เริ่มจากฟังเสียงเบส หรือเสียงที่ต่ำที่สุดของคอร์ด แล้วมานั่งไล่หาโน๊ตบนเครื่องดนตรีดูว่าเป็นโน๊ตตัวไหน วิธีนี้มีความแม่นยำประมาณ 60-70% เพราะมีบางครั้งที่ตัวต่ำสุดไม่ใช่ตัว Root (และบางครั้งก็ไม่ได้เป็นโน๊ตในคอร์ดนั้นเลยด้วย เช่นพวกคอร์ด Dm7/G ที่ผมชอบ :P) แต่เอาเป็นว่าเราได้มาตัวนึงละ

ขั้นต่อไป เนื่องจากคอร์ดมีอยู่สองประเภทหลัก ๆ คือคอร์ด Major และคอร์ด Minor เราก็ลองเล่น Major หรือ Minor ไปเลย ดูว่าอันไหนมันใกล้เคียงกว่า ก็เอาอันนั้นแหละ แต่ถ้าทั้งสองคอร์ดนี้ยังไม่เข้า หรือเข้าทั้งคู่ ก็เป็นไปได้ว่ามันอาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ก็ได้ ก็ลองเล่นคอร์ด Suspended II หรือ Suspended IV ไปแทน คอร์ดสองตัวนี้เป็นคอร์ดที่ละตัว III โดยการปรับขึ้นหรือปรับลงโน๊ตตัวนี้ให้เป็นตัว II หรือ IV แทน

ขั้นที่สาม ขั้นนี้อาจจะข้ามก็ได้ คือการหาตัว V ปรกติแล้วตัวนี้จะค่อนข้างตายตัว เป็นโน๊ต V ปรกติ แต่บางทีก็อาจจะลดลงมาครึ่งเสียง เป็น diminished V หรือเพิ่มขึ้นครึ่งเสียง เป็น augmented V ในเพลงป๊อบปรกติเราจะเจอ diminished น้อยมาก (คือประมาณ 1:6) และแทบไม่เจอ augmented V เลย แต่ก็อย่าชะล่าใจเพราะว่าคนแต่งอาจจะเอาทางคอร์ดมาจากเพลง Jazz ซึ่งมีการใช้คอร์ดแบบนี้มากอยู่ ก็ลองเริ่มจากดูว่าคอร์ดจากขั้นที่ 2 เนี่ยมันเป็นเมเจอร์หรือไมเนอร์ ถ้าเป็นเมเจอร์ ก็ลอง augmented หรือถ้าเป็นไมเนอร์ ก็ลอง diminished

ขั้นที่สี่ เป็นการหาโน๊ตตัวที่ 4 โน๊ตตัวนี้ค่อนข้างยากเพราะว่ามันเป็นได้หลายตัวมาก ไม่ว่าจะเป็น 6, 7, 9, 11, 13 (9 คือ โน๊ตตัว II แต่อยู่สูงกว่า VII, 11 คือ IV และ 13 คือ VI) สำหรับคนที่เพิ่งหัดแกะถ้าไม่เอาเหมือนมากจะข้ามไปเลยก็ได้เหมือนกัน แต่ถ้าอยากเอาเหมือนในขั้นนี้ก็ต้องพึ่งหูอย่างเดียวล่ะครับ สำหรับเพลงป๊อบมักจะใช้กันแค่สามตัวคือ minor 7, major 7 และ dominant 7 ตัว minor 7 กับ dominant 7 ก็คือตัว VII ที่ลดลงมาครึ่งเสียงครับ แต่ความต่างมันคือ minor 7 ใช้กับคอร์ด minor ส่วน dominant 7 ใช้กับคอร์ด major ส่วน major 7 ใช้ได้กับทั้งคอร์ด major และ minor (แต่ตัวหลังจะเจอน้อยกว่ามาก) ก็ลองดูว่าคอร์ดที่ดูอยู่นั้นเป็นไมเนอร์หรือเมเจอร์ละกันครับ

หมดสี่ขั้นแล้ว ถ้าเป็นเพลงป๊อบปรกติถึงตรงนี้เราน่าจะได้คอร์ดมาเกือบครบแล้วครับ ที่บอกว่าไม่ครบเพราะว่าในขั้นแรกเราดูตัว root จากโน๊ตเบส ซึ่งผมบอกไปแล้วว่ามันอาจจะไม่ตรง อันนี้ก็คงต้องลองดำน้ำหาดูว่ามันเป็นคอร์ดอะไร แต่ถ้าจะดำน้ำโดยที่ไม่มีทิศทางเลยก็คงจะลำบากไปนิดมั้ง ??

วิธีที่สอง แกะด้วยทฤษฎี

วิธีต่อไปจะเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีขั้นพื้นฐานมาช่วยนะครับ ซึ่งก็ใช้ได้ประมาณนึงเหมือนกัน เพลง บางประเภทเช่น Jazz อาจจะมีการเปลี่ยนคีย์ไปมาภายในเพลง (ผมเคยเจอเพลงนึง 20 ห้อง 5 คีย์มาแล้ว อันนี้ไม่โกหกนะ)

ผมเลือกเพลงครูมาสักเพลงนึงก่อนละกัน เพลงนี้เก่ามาก เป็นเพลงของพี่เบิร์ด ชื่อว่า เงาที่หายไป … เหตุผลที่เลือกคือผมว่ามันเป็นเพลงเก่าคนสมัยนี้ไม่น่าจะคุ้นกัน และก็ไม่น่าจะได้แกะกันด้วย จะได้ไม่ใช่ความรู้เก่า ๆ ในการแกะล่ะครับ อ้อ ผมชอบเวอร์ชั่นของคุณแอน ธิติมา มาก ๆ เลย อิอิ ลองไปหามาฟังนะครับ
(mv ตัวนี้น่ารักดี)

ก็เริ่มจากหาโน๊ตเบสของแต่ละคอร์ดมาจับวางรวม ๆ กัน เอามาแค่ทีละท่อนนะครับ อย่างอันนี้ผมเอามาแค่ท่อนแรกท่อนเดียว เราก็จะมีโน๊ตดังนี้

D F# G A D F# G A

ก็จะเห็นว่ามีโน๊ตอยู่แค่ 4 ตัว … 4 ตัวก็พอละครับ ที่เรารู้ก็คือ D F# G A สี่ตัว พอเราดูจากเมเจอร์สเกลแล้วสเกลที่มีโน๊ตสี่ตัวนี้มีอยู่แค่สองตัว คือ  G major กับ D major

G Major = G A B C D E F#
D Major = D E F# G A B C#

จะเห็นว่าสองสเกลนี้ต่างกันที่โน๊ตตัว C-C# นะครับ

ทีนี้ ลองเอาโน๊ตในสเกล มาหาว่าในสเกลนั้นมีคอร์ดอะไรที่ใช้ได้บ้าง ลองเอาโน๊ตออกมาทีละตัวเป็นตัว root แล้วจับอีกสองตัวที่ก็คือตัวที่ 2 และ 4 ถัดออกจากโน๊ตตัวนั้น (เราเรียกว่าคู่ 3 และคู่ 5 ตามลำดับ) ถ้ามันสุดสเกลให้เขียนโน๊ตเพิ่มในลำดับเดิมครับ จากนั้นดูว่าโน๊ตสามตัวนั้นผสมกันแล้วเป็นคอร์ดอะไร อ้อ อย่าพลิกคอร์ด (สลับตำแหน่ง) นะครับ

ผมยกตัวอย่างที่โน๊ตตัว Root เป็น A ในสเกล D Major นะครับ

D E F# G A B C# D E F# G A

ก็จะได้ A C# E = A major นั่นเอง

ผสมกันแบบนี้ให้ได้ครบทุกแบบ แล้วลิสต์รายชื่อคอร์ดในแต่ละสเกล ก็จะได้แบบนี้

G Major scale = G Am Bm C D Em F#dim
D Major scale = D Em F#m G A Bm C#dim

(บางคนคงพอเดาได้ว่า สามารถเอาโน๊ตตัวถัดไปอีกตัว ก็คือตัวที่ 6 (หรือคู่ 7) มาใช้ได้ เป็นโน๊ตตัวที่ 4 ในคอร์ด)

คอร์ดจากสองสเกลนี้ตัวที่ต่างกันจะมีสามคู่คือ A-Am F#dim-F#m และ C-C#dim เพราะสองสเกลนี้ต่างกันที่ตัว C-C# (ทั้งสามคู่นี้มีจุดต่างร่วมกันคือโน๊ตตัวนี้ละครับ)

จากนั้นเราก็ลองเอาคอร์ดที่ได้กลับไปผสมกับโน๊ตตัวรูทข้างบน เราก็จะได้สองชุด ก็คือ

D F#m G Am – จาก G major scale
D F#m G A – จาก D major scale

ลองเอากลับไปเล่นดู น่าจะรู้ละว่าคอร์ด Am มันไม่ใช่ ครับ ท่อนนี้เป็นคีย์ D ครับ

พอเรารู้แล้วว่าท่อนนี้เป็นคีย์อะไร ถ้าเราไปเจอคอร์ดที่เบสกับคอร์ดเป็นคนละคอร์ดกัน เราก็พอจะเดาได้ละว่าไอ้คอร์ดนั้นคือคอร์ดอะไร (หรือไม่ก็ลองไล่มันทีละคอร์ดเลย มีแค่ 7 คอร์ด ไม่เยอะหรอก)

ทีนี้น่าจะมีคนสงสัยว่า เอ๊ะ ทำไมผมถึงไม่ให้ลิสต์โน๊ตตัวเบสของทุกท่อนออกมา คำตอบก็คือมันเป็นไปได้ครับว่าเพลงมีการเปลี่ยนคีย์ และบางทีก็เปลี่ยนมันกลางท่อนเลยครับ (เพลงญี่ปุ่นจะเจอกรณีนี้บ่อย) ถ้าเราลิสต์มาทั้งเพลงเลยอาจจะโดนหลอกได้ ดังนั้นการลิสต์มาเป็นท่อน ๆ นั้นจะทำให้การแกะทำได้แม่นยำมากกว่าครับ

ถ้าเจอแบบเพลงนี้ ที่ท่อนโซโล่กีตาร์ (และท่อนหลังโซโล่กลอง) เขาเปลี่ยนคีย์ไปเรื่อย ๆ ก็อาจจะลำบากเหมือนกัน แต่เพลงนี้ยังแกะง่าย เพราะแต่ละท่อนใช้คอร์ดเดียว

อ้อ วิธีนี้ก็ได้ผลแค่ราว ๆ 60-70% นะครับ เพราะบางทีเขาก็มีการเปลี่ยนใช้คอร์ดที่ไม่ได้อยู่ในสเกลมาใช้บ้างเหมือนกัน ลองใช้ทั้งสองวิธีและปรับตามสถานการณ์ดูนะครับ

One thought on “แนะวิธีแกะคอร์ดเพลงง่าย ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.