Mentoring/Coaching

อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวกับเรื่องของการ Mentoring/Coaching นะครับ ผมแทบไม่เคยทำเรื่องพวกนี้มาก่อนในที่ทำงาน กับข้างนอกก็ทำบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้จริงจังเพราะว่าเขาก็ไม่ได้มาขอให้เราเป็น 555

ผมคิดว่า จริง ๆ ไม่ว่าใครก็ต้องการ mentor หรือ coach สักคน เป็นที่ปรึกษาในเรื่องงาน (ขนาด Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google ยังมี mentor เลย) สองคำนี้ความหมายอาจจะต่างกันพอสมควร แต่เท่าที่เห็นในที่ทำงานก็มักจะใช้ในความหมายคล้าย ๆ กัน ก็คือเป็นคนคอยสอนงาน คอยเป็นที่ปรึกษา โดยทั่วไปเวลาที่เราเข้าไปร่วมงานในบริษัทใหม่ ๆ หัวหน้าจะกำหนดให้พนักงานที่เป็นตำแหน่งอาวุโสกว่า (โดยทั่วไปก็คนที่มีคำว่า “senior” อยู่ในชื่อตำแหน่งนั่นแหละ) มาเป็น mentor ให้ แต่ผมพบว่าพอเวลาผ่านไปประมาณครึ่งปี mentor คนนี้ก็จะเริ่มถอยออกไป มันก็เป็นเรื่องน่าเสียดายเหมือนกัน คือผมเชื่อว่าคนเรากว่าจะชำนาญงานอะไรก็ตามจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี (ถ้าสอนกันถูกวิธีนะ) อย่างน้อยก็ควรอยู่ด้วยกัน 3 ปีนั่นแหละ

แต่หลายคนก็จะบอกว่า เฮ้ย ก็ทำงานที่เดียวกัน เวลามีอะไรจะเดินเข้าไปถามเมื่อไหร่ก็ได้

ประโยคข้างบนมีส่วนถูกครับ แต่ก็มีส่วนที่ผิดเช่นกัน ผมเชื่อว่าหน้าที่ของ mentor คือการเดินเข้าไปหา mentee (คนที่ถูก mentor) ครับ ซึ่งกลับกับความเชื่อของคนส่วนใหญ่เลยนะ ผมคิดว่าคนสอนควรเป็นคนเข้าหา โดยเฉพาะในระยะแรกนี่ต้องนั่งประกบแทบทั้งวันเลยล่ะครับ ไม่ใช่ว่าต้องนั่งรอให้ mentee เดินเข้ามาหา เหมือนเป็นฤาษีต้องให้ลูกศิษย์ต้องเข้าป่าไปหา

เพราะถ้ารอให้คนอื่นเข้าไปหาเวลาที่จำเป็น ไม่ต้องเป็น mentor ก็ได้ครับ ใครในทีมก็ถามได้ทั้งนั้นแหละ พอเวลาผ่านไปปุ๊บ mentor จะถูกลืม และนั่นคือความผิดพลาดของ mentor ที่กลายเป็นคนที่ไม่มีส่วนในความสำเร็จของ mentee เลย

อีกเหตุผลหนึ่งคือ ในระยะแรกๆ ของพนักงานใหม่ เขาไม่กล้าเข้าใกล้ใครทั้งนั้นล่ะครับ สภาพแวดล้อมใหม่ ๆ คนใหม่ ๆ เขายังอยู่ในช่วงปรับตัว ถ้าเขายังถูกคาดหวังว่าต้องเดินเข้าหาคนที่ตัวเองไม่รู้จักเอาเองมันก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกทิ้ง ว่าไหมครับ ? (กับคนที่เข้าสังคมเก่ง ๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ผมคิดว่าพนักงานเก่าก็มีหน้าที่ในการช่วยให้คนใหม่สามารถปรับตัวได้เร็วด้วยล่ะนะ)

ทีนี้คนเป็น mentor เขาสอนอะไรกันบ้าง ?

โดยหลัก ๆ ก็สอนเรื่องงานนั่นแหละครับ ก็บรรดาโปรเซสงานทั้งหลาย ตัวผลิตภัณฑ์ ธุรกิจขององค์กร อะไรทำนองนี้ แต่ถ้า mentor จะกรุณาอีกนิดผมว่าเรื่องที่น่าจะสอนด้วย (โดยเฉพาะกับบัณฑิตจบใหม่) ก็คือความเป็นมืออาชีพ เรื่องการพัฒนาตัวเอง เรื่องการวางตัว การสื่อสาร แล้วก็เรื่องการก้าวสู่ขั้นต่อไปในหน้าที่การงาน คือผมเน้นเรื่องการเติบโตในสายงานเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำตลอดเวลานะ (ผมคิดว่าแค่มานั่งประเมินกันปีละสองครั้งมันไร้สาระ … เพราะถ้ามันเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ เราคงไม่พูดกันแค่สองครั้งต่อปี ว่าไหมครับ ?)

ที่จริงหน้าที่หลักของ mentor มีสองส่วน ก็คือการสอน และการให้คำปรึกษา ถ้าเราทำแค่สอน มันก็เป็นแค่การทำหน้าที่แค่ครึ่งเดียว และเอาเข้าจริง ๆ ที่ปรึกษานี่สำคัญกว่าคนสอน และเป็นหน้าที่ที่ทำกันนานกว่า คือสอนกันน่ะทำกันครั้งเดียว แต่ให้คำปรึกษานี่เผลอ ๆ ทำกันทั้งชีวิต ว่าไหมครับ

ว่าแต่ถ้าแค่รอให้ mentor เดินเข้ามาหา ผมว่าคงมีหลายคนไม่เดินไปหาหรอก 55 ผมเชื่อว่าการถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้างนาน ๆ ครั้งก็สำคัญ เชื่อเถอะครับ คำถามง่าย ๆ อย่าง เป็นไงบ้างช่วงนี้ มันสามารถพาไปยังปัญหาที่เขากำลังประสพอยู่ได้ดีนะ (ผมก็ถามประจำ) อาจจะแกล้งเดินผ่านไปเจอ หรือแบบหยุดคุยกันเล่น ๆ ในครัวก็ได้ ไม่ลำบากเกินไปหรอกครับ (ผมทำบ่อย 55)

ทีนี้เราจะเป็น mentor กันจนถึงเมื่อไหร่ดี ? ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นไปได้เรื่อย ๆ จนกว่าจะคิดว่าตัวเองทำไม่ได้แล้ว อย่างสมมติผมเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ mentee ดันบอกว่า อยากเป็น CEO อันนี้ผมก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะว่าผมก็ไม่รู้ว่า CEO เขาทำอะไรกันบ้าง 555 ก็คงสอนอะไรไม่ได้ ถ้าให้คำปรึกษาบ้างก็คงตอบได้ แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะให้คำปรึกษาเขาอย่างไรให้เขาสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไปเป็น CEO ได้เหมือนกัน อันนี้จนปัญญา ก็คงต้องบอกว่าให้เขาไปขอให้ CEO สักคนมาเป็น mentor ให้จะดีกว่า

สุดท้ายนี้ผมก็เชื่อว่า การเป็นคนสอน การเป็นที่ปรึกษานั้นก็เป็นการพัฒนาตัวเองเช่นกัน การสอนคนอื่นเป็นการทบทวนความรู้ความสามารถของตัวเอง ดังนั้นการเป็น mentor เองก็ทำให้เราได้รับอะไรบางอย่างเช่นกัน ผมคิดว่า ถ้าทำได้ และไม่ติดขัดอะไร ถ้าหามีคนมาขอให้เป็น mentor หรือได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ ก็อย่าปฎิเสธเลยครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.