สุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับหน้าที่ และการแก้สถานการณ์เฉพาะหน้า

เมื่อเดือนที่แล้วผมมีรับการติดต่อให้ไปเล่นโฆษณาให้กับโรงเรียนสอนดนตรีแห่งหนึ่ง ด้วยเหตุที่ว่าทางเขาได้อ่านบล็อก เล่นให้เหมือนหรือเล่นให้ต่าง แล้วชอบก็เลยอยากเอาคอนเทนท์ตรงนั้นไปถ่ายทอดต่อ ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับผมว่ามีคนอ่านบล็อกผมด้วย (ฮา) สำหรับเรื่องราววันนี้จะเป็นเรื่องที่จะบอกว่าเป็นตอนต่อกับบล็อกอันนั้นก็ได้ครับ

คืออย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟังนั่นแหละว่า การเล่นดนตรีมันไม่จำเป็นต้องเล่นให้เหมือนเป๊ะ และการยึดติดกับต้นฉบับมากเกินไปกลับทำให้วงล่มได้ ตอนนั้นผมยกตัวอย่างมือกลองที่ไม่นับเข้าเพลงให้ฟังไปแล้วทำให้วงไม่สามารถขึ้นเพลงได้พร้อม ๆ กัน

แต่ว่า … ถ้าเราไม่เล่นตามต้นฉบับแล้ว เราจะเล่นยังไงล่ะ ??

การที่เราจะตอบคำถามนี้ได้นั้น ผมมองว่ามันมีสองประเด็นหลัก ๆ คือ หน้าที่ และสถานการณ์ กล่าวคือเวลาเล่นดนตรีกันเป็นวง หลาย ๆ คนมักจะคิดว่ามันคือการเล่นตามโน๊ต เมื่อทุกคนเล่นได้เป๊ะมันก็จะเข้ากันได้เองราวกับปาฎิหารย์ ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่สามารถทำแบบนั้นได้

ขอยกตัวอย่างเพลงนึง หลาย ๆ คนน่าจะรู้จักเพลง Hotel California ใช่ไหมครับ ? Don Felder ที่เป็นผู้แต่งทำนองและเรียบเรียงเพลงนี้เคยกล่าวเอาไว้ว่า ในเวอร์ชันสตูดิโอ เพลงนี้ใช้กีตาร์มากถึง 12 ไลน์ … ถ้าเราจะเล่นให้เหมือนเป๊ะ ๆ จะต้องใช้มือกีตาร์ถึงสิบสองคนเล่นพร้อม ๆ กัน ซึ่งนั่นเป็นไปไม่ได้ (ในเวอร์ชันสตูดิโอ Don เป็นคนที่อัดกีตาร์ทุกไลน์ รวมทั้งโซโล่ประสานบรรลือโลกนั่นด้วย) แม้แต่กับวง The Eagles เองก็ไม่สามารถทำได้ เพราะมีมีมือกีตาร์เพียงแค่ 3 คนเท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้เพลงจำเป็นจะต้องเรียบเรียงใหม่ทั้งหมด เพราะถ้าเล่นให้เหมือน ก็จะเล่นได้แค่ 3 ไลน์เท่านั้นเอง

สิ่งที่ The Eagles ทำก็ไม่ได้ยากอะไรครับ เขาก็ ใช้กีตาร์โปร่งยืนพื้นหนึ่งตัว (Glenn Frey เป็นคนเล่น) และไลน์ที่เหลือก็คัดเอาแต่ไลน์ fill-in เล่นโดย Don และ Joe Walsh เท่านั้น (ถ้าสังเกตคือเพลงนี้ Don ต้องใช้กีตาร์ไฟฟ้าสองคอเล่น คอ 12 สายเล่นตอนอินโทร อีกคอหนึ่งเล่นที่เหลือ เพราะว่าไลน์หลังจากนั้นกีตาร์ 12 สายมันก็ไม่ได้จำเป็นสักเท่าไหร่)

นี่คือการปรับเพลงให้เข้ากับสถานการณ์ ถ้าเกิดว่าในวงมีมือกีตาร์มากกว่า 3 คน ก็อาจจะเล่นอีกแบบหนึ่ง หรือถ้ามีน้อยกว่า ก็เล่นอีกแบบหนึ่งก็ได้ (อาจจะตัด fill-in ประสาน หรือใช้ harmonizer แทน)

แต่ การปรับให้เข้ากับสถานการณ์นั้น สิ่งที่สำคัญก็คือการรู้ว่าหน้าที่ของผู้เล่นแต่ละคนคืออะไร และคอยช่วยเหลือกันให้เพลงมันฟังดูออกมาสมบูรณ์ครับ มันเป็นสิ่งที่ต้องตกลงกันก่อนว่าใครจะมีหน้าที่อะไร มือกลองมีหน้าที่นับเข้าเพลง เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าความเร็วของเพลงเป็นแบบไหน มือเบสมีหน้าที่คอยอุ้มเสียง ทำให้เพลงฟังดูเต็ม และมีหน้าที่สร้าง groove ให้ผู้เล่นคนอื่นเล่นตาม มือกีตาร์กับมือคีย์บอร์ดสร้างเสียง harmony ขึ้นมาอีกชั้น เพื่ออุ้มนักร้องขึ้นมา มือกีตาร์อีกคนคอยปิดช่องว่างภายในเพลง อะไรลักษณะนี้

ซึ่งจริง ๆ มันก็มีไกด์ไลน์คร่าว ๆ นั่นแหละ ว่าใครจะเล่นอะไรแบบไหน หรือแม้กระทั่งสลับหน้าที่กันเลยก็ยังได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้น ซึ่งพอพูดถึงสถานการณ์เฉพาะหน้าแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับนักดนตรีก็คือ “การฟัง” นั่นแหละ ผู้เล่นจะต้องคอยฟังเสียงที่คนอื่นในวงเล่นอยู่ตลอดเวลา และคอยหาที่อยู่ของตัวเองในตอนนั้น พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

แล้วก็ บางครั้งเราเล่นเพลงยาก ทักษะเราไม่ถึง เราก็สามารถที่จะปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความสามารถของเราได้เช่นกัน หรือถ้าคีย์สูงเกินไป นักร้องร้องไม่ได้ ก็สามารถปรับลงมาให้นักร้องสามารถร้องได้ด้วยเหมือนกันครับ ตรงนี้ก็เป็นหนึ่งในสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วย มันไม่ได้จำเป็นเลยว่าจะต้องเล่นให้ยากเหมือนต้นฉบับ

หรือบางงาน นักร้องอาจจะอยากเด่นนิดนึง (พวกงานประกวด) ในท่อนโซโล่ระหว่างที่เขา adlib อยู่ นักดนตรีก็ไม่ต้องโซโล่ก็ได้ ปล่อยนักร้องเขาเด่นของเขาไปก็อาจจะดีกว่า อะไรแบบนี้

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เล่นยังไงให้โดยรวมมันฟังดูดีเท่านั้นเอง

ตรงนี้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ดนตรีครับ กับอะไรก็แล้วแต่ ผลลัพท์สำคัญที่สุด คนทำงานก็แค่ต้องมีทักษะที่จะรับรู้สถานการณ์โดยรวม รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร และจะทำอย่างไรเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าให้ได้เท่านั้นเอง

Minami Kaze

[soundcloud]http://soundcloud.com/9tawan/minamikaze[/soundcloud]

ยังทำไม่เสร็จครับ ต้องแก้อีกเยอะ 555

จริง ๆ อันนี้เป็นการทดลองใช้งาน Vocaloid 3 ที่ออกมาตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ผมไม่ยักกะรู้ตัวเลย 55 คือผมเคยใช้เวอร์ชั่นแรก กับเวอร์ชั่นสอง  ก็ยังไม่ค่อยรู้สึกพอใจเท่าไหร่ แต่เวอร์ชั่นนี้ทำออกมาได้ดีขึ้นเยอะ เสียงร้องลื่นไหลขึ้น ฟังดูเป็นหุ่นยนต์น้อยลงมาก แต่ก็นะขึ้นอยู่กับคนที่ทำเสียงออกมาด้วย

V3 ตัวที่ผมใช้คือ IA – Aria On The Planet ซึ่งว่ากันว่าเสียงดีที่สุดในตอนนี้ ฟังเพลงเดโมที่เขาทำออกมาแล้วอึ้งครับ (หาเอาในลิงค์นั่นแหละ) แบบว่า ถ้าไม่บอกก่อนว่าไม่ใช่คนจริง ๆ ร้องนี่ก็ไม่สังเกตเลยนะว่าไม่ใช่ (คือ ก็เป็นเสียงคนร้องแหละ แต่เขาไม่ได้ร้องเป็นเพลงจริง ๆ แค่เอาเสียงมาใช้ในโปรแกรม)

เพลงที่ทำเล่นคราวนี้ชื่อว่า 南風 (Minami Kaze) แปลว่า ลมใต้ เป็นเพลงของ Mikuni Shimokawa ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงอนิเมเรื่อง Full Metal Panic ผมยอมรับตรง ๆ เลยว่าไม่เคยดูแม้แต่ตอนเดียว เคยอ่านบ้างไม่กี่เล่ม

ส่วนของที่ใช้ก็ดังต่อไปนี้ล่ะครับ เริ่มจากอุปกรณ์ก่อนนะครับ

  • Fender Stratocaster American Special (หนูแหม่ม) ที่เพิ่งซื้อเดือนที่แล้ว เอามาอัดครั้งแรกเลยครับ
  • Korg MicroKey 37 เป็นมิดิคอนโทรลเลอร์ขนาดเล็ก พกพาสะดวก พอดีเอา Roland Juno-Di ตัวเก่งผมมาไม่ได้ครับ ไม่งั้นเดี๋ยวพาหนูแหม่มกลับบ้านไม่ได้
  • Line 6 Toneport UX2 ออดิโออินเตอร์เฟซที่ผมใช้เป็นตัวหลักครับ มาพร้อมกับโปรแกรมจำลองเสียงแอมป เสียงดีเลยล่ะ
  • Sony VAIO S SVS1511FDB โน๊ตบุ๊คตัวใหม่ที่ซื้อมาอาทิตย์ที่แล้ว ลงโปรแกรมกันเหนื่อยเลยล่ะครับ 555
  • หูฟัง AKG K66 กับ Sony XBA-3

ส่วนโปรแกรมที่ใช้ก็มี

  • Steinberg Cubase 5
  • Yamaha Vocaloid 3 กับ ชุดเสียง IA Aria On The Planet จาก (1st Place) ที่พูดไปข้างต้น
  • Toon Track Superior Drummer กับ Music City SDX กับเสียงกลองระดับเทพ เสียงดีมาก ๆ
  • Spectrasonic Trillian เสียงเบสที่หนาสุด ๆ
  • Music Lab RealGuitar 3 สำหรับเสียงกีตาร์โปร่ง คือผมมาอยู่ที่นี่ก็พอหาเช่ากีตาร์โปร่งได้นะครับ (วันละไม่กี่เหรียญหรอก) แต่อัดกีตาร์โปร่งในโรงแรมก็ไม่ไหวน่ะ 555
  • Korg Wavestation, Legacy Cell

คิดว่าเร็ว ๆ นี้ก็คงได้กลับมาแก้เพิ่ม เอาไว้เสร็จแล้วจะมาอัพเดตอีกทีล่ะครับ 🙂

Edit: แก้เพิ่มแล้ว และตอนนี้ขี้เกียจแก้แล้ว เอาเป็นแบบนี้ไปก่อนละกันครับ เอาไว้วันไหนขยัน ๆ มาแก้ต่อ 555

Cover : Memory of You – Koh Mr.Saxman

เพลงนี้ชื่อ Memory of You อยู่ในอัลบัม The Sound of Saxman ของพี่โก้ Mr. Saxman เคยได้ดูพี่โก้เล่นสด ๆ ครั้งหนึ่งกับวง Unit Asia (เป็นวงแจ๊สที่รวมเอานักดนตรีเอเซียฝั่งตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้) ประทับใจมาก อยากเล่นเอง (ผมกำลังคิดว่าจะหัดเป่าแซ๊กโซโฟนอยู่น่ะ)

ลองเล่นโดยใช้กีตาร์ดู มั่วมาก โน๊ตก็ผิด จังหวะก็หลุด อะไรก็ไม่รู้ 555 ก็นะ … คือซ้อมน้อยมากแล้วอัดเลยออกมาอนาถแบบนี้ 55

ใช้ Ibanez S470DXQM ที่ลง PU ของ พี่เรียว RealTone ใช้แต่ Neck Pickup อย่างเดียว เสียงบวมฉึ่งเลย 555 อัดกับ Line6 Toneport UX2 ผ่าน GearBox ใช้ตู้ … เอ่อ แบบ Mesa Boogie Dual Rectifier มั้ง ? เสียงมันโหดมาก … คือผมมีปัญหากับกีตาร์ที่ sustain มันสั้นเกินไป ก็เลยต้องอาศัยเกนดัง ๆ ทำให้มันยาวขึ้น ซึ่งมันก็ยาวขึ้นกระจึ๋งนึง 555

Backing Track หาใน Google เอา ดันมีซะงั้น

เอาไว้มีไฟจะมาแก้มืออีกทีนะ …