ZipPicView UWP 2019.01

หลังจากที่ไม่ได้อัพเดตเลยมาร่วมหลายเดือน (เพราะนึกไม่ออกว่าจะทำอะไรดี?) เมื่อวานพอดีเจอบั๊กตัวนึงระหว่างที่กำลังพิมพ์รูปจากโปรแกรม ก็เลยนั่งแก้อยู่

แต่ที่สำคัญกว่าบ๊กคือ ผมเปลี่ยนการรันเลขเวอร์ชันเป็น ปี.เดือน เรียบร้อยครับ

คือ pain point ที่มีอย่างนึงคือการนั่งนึกตัวเลขเวอร์ชัน มันจะเป็นไมเนอร์หรือจะเป็นเมเจอร์ หรือจะเป็นพอยท์รีลีส หรือจะบิลด์นัมเบอร์ ฯลฯ ซึ่งก็ปวดหัวอยู่ไม่น้อย เมื่อปีก่อนก็เลยคิดว่าไหน ๆ เราก็ปล่อยแค่เวอร์ชันเดียวมาตลอด ไม่มีแบบรันหลาย ๆ เวอร์ชันพร้อม ๆ กัน (ไม่มีแม้กระทั่ง branch) ดังนั้นการที่จะต้องมีเลขเวอร์ชันหลาย ๆ ชุดมันไม่ค่อยเข้าท่าสำหรับเราสักเท่าไหร่ อยากได้เลขเวอร์ชันที่บอกว่ามันใหม่กว่าหรือเก่ากว่าก็แค่นั้น

ดังนั้นก็เลยตัดสินใจเปลี่ยนการรันเวอร์ชันใหม่ เอาเวอร์ชันเป็น ปี.เดือน แทน เพราะมั่นใจมากว่าคงไม่ออกเดือนละหลายเวอร์ชัน แต่ถ้าจะออกเยอะ ๆ จริง ๆ ก็ใส่ตัวที่สามเป็นรันนิ่งนัมเบอร์ไป อะไรแบบนี้

สำหรับบั๊กที่แก้มีอยู่หลัก ๆ สองตัว

  1. เวลาสั่งพิมพ์ภาพ ถ้าเป็นภาพแนวตั้ง และกระดาษแนวตั้ง ตัวโปรแกรมจะยึดขนาดตามแนวนอน ทำให้ถ้าด้านตั้งของภาพสั้นกว่ากระดาษจะมีพื้นที่สีขาวเหลืออยู่ ในทางเดียวกันแนวนอนก็มีปัญหานี้เหมือนกันครับ
  2. ถ้าเปิดไฟล์รูปภาพในโปรแกรมแล้วดันเป็นไฟล์เสีย โปรแกรมจะแครชไปเลย

คิดว่าบั๊กที่แก้ไปอันที่สองเหมือนจะมีปัญหาอยู่ (โดยเฉพาะพวก zip file) เดี๋ยวคงหาทางแก้กันต่อไป เอาเป็นว่าอัพเดตไปก่อน (ฮา)

สำหรับใครที่ติดตั้งแล้วก็รออัพเดตกันนะครับ น่าจะสองสามวัน ส่วนใครที่ไม่มี เรียนเชิญได้ที่ Microsoft Store ครับผม

Shopping Spree ณ. เดือนธันวาคม

เดือนที่แล้วเป็นเดือนที่เรียกได้ว่า จ่ายเยอะ จ่ายหนัก เงินไหลออกเป็นน้ำเลยก็ว่าได้ สาเหตุนึงเป็นเพราะว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นมา แล้วก็ได้ซื้อของที่อยากได้มาหลายชิ้นเหมือนกันครับ

คือถ้ารวมมูลค่าของทั้งหมดที่ซื้อ (โดยไม่นับทริปเที่ยวนะ) ก็เป็นแสนครับ ถือว่าเปย์กันสนุกเลยทีเดียว ก็เดี๋ยวมาดูกันว่าเปย์อะไรมาบ้าง

1. Virtual Reality


ไฮไลท์ของช่วงนี้เลยคือ VR ซึ่งผมซื้อมาสองตัว เป็น HTC Vive (Steam VR) กับ PlayStation VR สองตัวนี้รันอยู่บนคนละระบบกัน ทำงานกับเกมคนละแพลตฟอร์มกัน ก็เลยต้องตัดใจซื้อมันทั้งสองอย่าง เพราะว่าแต่ละแพลตฟอร์มก็มีเกมที่น่าสนใจแตกต่างกันไปพอสมควร

ถ้าในแง่ความรู้สึกการใช้งาน ผมไม่ค่อยรู้สึกว่ามันแตกต่างกันเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าผมไม่มีเกมซ้ำกันในสองแพลตฟอร์มนี้ ก็เลยเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ แต่ถ้าในแง่ความสบายในการใช้ผมว่า PSVR กินขาดนะ เพราะมันสบาย ใส่ง่าย และปรับสายง่ายมากครับ ส่วน Vive เนี่ยสเปคสูงกว่าก็จริงแต่ไม่ค่อยรู้สึกเท่าไหร่

อ้อ Vive รองรับ Room Scale VR ด้วย ซึ่งผมยังไม่ได้ลอง ผมไม่มีพื้นที่ว่างขนาดนั้นเลยยากหน่อยครับ

2 Drawing Tablet

ปีที่แล้วผมหิ้วเจ้า Wacom Intuos Pro M มาก็ใช้งานได้ดีระดับหนึ่ง แต่ปีนี้ไปพบว่า Cintiq Pro ลดราคาลงมาค่อนข้างแรง (ลดประมาณ 12,000 เยน) ผมก็เลยหิ้ว Cintiq มาด้วย ซึ่งมันใช้งานง่ายกว่ามากเนื่องจากว่ามันมีจอในตัวด้วย ทั้งนี้ถ้าไม่นับเรื่องหน้าจอและขนาดแล้ว สองตัวนี้ผมว่าแทบจะเหมือนกันครับ

3 Software

ผมทดลองซื้อซอฟต์แวร์สามมิติหลายตัวมาในช่วงนี้ (เพราะมีเซลล์พอดี) โดยตัวที่จะพูดถึงคือ Marvelous Designer 8 ราคาเต็มตัวเจ้านี่โหดมาก ๆ แต่ว่ามันจะมีไลเซนส์ย่อย ๆ ซึ่งราคาจะลดลงเหลือแค่ 10% ของราคาเต็ม (จากแสนสองเหลือประมาณหมื่นสอง) เป็นไลเซนส์ที่ใช้งานได้เฉพาะกลุ่ม Freelance มั้ง แล้วไลเซนส์ตัวนี้ที่ขายบนสตีมก็ลดลงราคาลงอีกเหลือประมาณเก้าพัน ก็เลยถือจังหวะนี้สอยมาเลย

โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมออกแบบเสื้อผ้า หลัก ๆ ก็คือการทำ cloth simulation ซึ่งถ้าไปทำบน modeller ปรกติมันจะกินเวลามาก (หรือออกมาไม่ค่อยสวย) และจุดที่ได้เปรียบก็คือความสมจริง เพราะว่าเราใช้แพทเทิร์นเสื้อผ้าจริง ๆ ในการทำเลย ต่างกับการใช้โมเดลเลอร์ซึ่งบางทีคนทำโมเดลเองก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วหน้าตาควรจะเป็นอย่างไรครับ

นอกจาก Marvelous Designer แล้ว ผมก็มีซื้อ Marmoset Toolbag กับชุด Substance Painter+Designer (เป็นชุดทำ material) ซึ่งตรงนี้เป็นโปรแกรมที่โปรใช้หมดเลย เอาจริง ๆ ผมก็ไม่ใช่สายกราฟิคก็ยังคิดว่าจะเสียเปล่าหรือเปล่า แต่มองว่าถ้าเราอยากจะคุยกับคนทำกราฟิครู้เรื่องก็ต้องศึกษาเอาไว้บ้างครับ ก็เลยตัดใจซื้อมา

4 Game

เกมที่ซื้อในช่วงนี้ก็ เป็นเกม VR อยู่จำนวนนึง เช่น Summer Lesson, Beat Saber, VR Kanojo, Doom VFR นอกนั้นก็จะเป็นพวกเกม RPG ซะส่วนใหญ่ครับ

ความรู้สึกส่วนตัวหลังจากที่ได้ลอง VR เนี่ย คือเรารู้สึกว่ามันใหม่นะ (สำหรับเรา) สิ่งที่เราเคยเห็นบนจอมันใกล้ไปหมดเลย มันทำให้อินกับเกมได้มากขึ้น และบางทีมันก็น่ากลัวมากด้วย เป็นประสพการณ์ที่แปลกใหม่และใกล้ชิดดีครับ